วันที่ 5 พฤษภาคม 2565
หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 14 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 14 (สุราษฎร์ธานี) เข้าตรวจสอบโรงงานผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ ของบริษัท เซฟกลัฟ จำกัด ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งรัง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าได้รับผลกระทบจากน้ำเสียของโรงงานไหลลงสวนปาล์มน้ำมันซึ่งอยู่ติดกันและมีกลิ่นคล้ายแอมโมเนีย
ผลปรากฏว่า
1. โรงงานเปิดดำเนินการตามปกติ มีการผลิตถุงมือยางประมาณ 1.3 ล้านชิ้นต่อวัน
2. มีน้ำเสียเกิดขึ้นประมาณ 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ 1 ชุด รองรับน้ำเสียได้วันละ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยนำน้ำทิ้งกลับไปใช้ในกระบวนการผลิต ประมาณร้อยละ 10 ของน้ำทิ้งทั้งหมด น้ำทิ้งที่เหลือยังอยู่ในระบบบำบัดบำบัดน้ำเสีย หากมีปริมาณมาก ก็จะระบายออกสู่ภายนอกด้านหลังโรงงาน
3. ผู้แทนโรงงานยอมรับว่ามีน้ำเสียจากบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อที่ 1 ไหลล้นลงสวนปาล์มน้ำมันของผู้ร้องเรียนจริง เนื่องจากมีฝนตกหนัก จุดเกิดเหตุ ได้แก่ บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อที่ 1 อยู่ติดกับสวนปาล์มน้ำมันของผู้ร้องเรียน
4. จากการตรวจสอบ ไม่พบการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอกบริเวณจุดเกิดเหตุ เนื่องจากโรงงานได้ปรับปรุงคันบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อที่ 1 ตามคำสั่งของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ดินเสริมคันบ่อให้สูงขึ้นประมาณ 60 เซนติเมตร จากคันบ่อเดิม และไม่พบน้ำเสียในสวนปาล์มน้ำมันของผู้ร้องเรียนแล้ว ผู้แทนโรงงานแจ้งว่าได้แจ้งการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงไปยังผู้ร้องเรียนทางโทรศัพท์เพื่อทราบแล้ว
5. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคำสั่งตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ให้โรงงานดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 (ยกเว้นข้อ 5.1) ดังนี้
5.1 ให้ปรับปรุงคันดินบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อที่ 1 ไม่ให้น้ำไหลล้นได้ รวบรวมน้ำเสียจากกระบวนการผลิตและน้ำเสียที่ไหลล้นออกนอกโรงงานเข้าระบบบำบัดน้ำเสียโดยให้ดำเนินการทันที
5.2 ให้รวบรวมน้ำเสียจากการผลิตเข้าระบบบำบัดน้ำเสียทั้งหมดและให้จัดการแยกระบบระบายน้ำฝนออกจากระบบรวบรวมน้ำเสีย
5.3 ให้ปรับปรุงซ่อมแซมท่อ PVC ที่รองรับน้ำฝนจากรางน้ำฝน และจัดทำรางน้ำฝนในหลังคาอาคารที่ยังไม่มีรางน้ำฝน
5.4 ให้มีมาตรการควบคุมกลิ่นจากการอบถุงมือยางและกลิ่นจากการผลิตถุงมือยางไม่ให้รบกวนผู้อาศัยข้างเคียง
5.5 ให้ปรับปรุงคันดินบ่อบำบัดน้ำเสียให้มีความแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำเสียจากการผลิต ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 14 (สุราษฎร์ธานี) มีความเห็นดังนี้
1. ให้โรงงานปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด
2. ให้โรงงานปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
3. ห้ามมิให้ระบายน้ำทิ้งออกแหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกถ้าผลคุณภาพน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด